เพื่อนๆหลายคน หรืออาจจะทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้คงยังไม่รุ้จักควายทะเลกันใช่มั้ยค้า

 

 

วันนี้ Garfield&The Champ Tour จะพาทุกท่านไปรุ้จักกับควายทะเลแสนน่ารัก

 

เราลงใต้ไปกันที่ จังหวัดพัทลุง (บ้านนุ่เอง) ไปดูควายน้อยน่ารักเช่นควายทะเลกัน

 

ไปกันเลยดีกว่า

 

 

 

วันนี้เรามาที่คลองนางเรียมกันค่ะ

เริ่มเห็นน้องควายแล้วใช่ม๊า

 

แหล่งชมควายทะเลนี้อยู่ที่ “ถนนสายบ้านไสกลิ้ง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง – บ้านหัวป่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา” 

 

ซึ่งเป็นทางยกระดับระหว่างจังหวัดพัทลุง ถึง สงขลา หากเพื่อนๆมาช่วงเช้าหรือเย็นก็จะโชคดีได้ มีท&กรี๊ด กับน้องควายเหล่านี้ล่ะค้า

 

 

 

 

รูปนี้จะเป็นตอนเย็นซึ่ง ควายที่ปล่อยว่ายน้ำไปหากินในตอนเช้า จะกลับมานอนที่คอกมันแล้วค่ะ

 

เห็นน้ำสีเขียวๆนั่นมั้ยคะ มันสามารถว่ายน้ำข้ามไปข้ามมาได้อย่างสบาย

ขอบอกก่อนเลยว่าน้ำลึกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มันกำลังทยอยกันขึ้นทางด่วนไปคอกมันล่ะค๊า

 

 

 

เอ้า นับๆๆๆ องค์ประชุมครบยังว้า เพื่อนๆมากันครบยัง หนูๆ

 

 

 

 

และนี่คือวิธิเลี้ยงควายของเจ้าของค่ะ เหนได้ว่าต้องใช้เรือ บางช่วงน้ำก้อไม่เล็กเลย แต่บางช่วงน้ำลึกและเชี่ยวมาก

ตอนนี้เค้ากำลังต้อนตัวสุดท้ายเข้าทางเดินค่ะ

 

 

 

ตัวสุดท้ายกำลังจะเข้าทางเดินแล้ว อ่าๆๆๆ จะได้กลับบ้านนอนกันแล้วเย้ๆ

 

 

 

เมื่อตัวสุดท้ายเข้ามาแล้ว น้องควายเหล่านี้ก้อจะกลับคอกนอนกันค่ะ

รุ่งขึ้นก้อว่ายน้ำไปหาอาหารใหม่

 

 

วิธีการกินหญ้าทะเลของควายค่ะ

ควายทะเลมันจะกินหญ้าที่อยุ่ในทะเลนั่นล่ะค่ะ

คือมันจะดำน้ำลงไปกิน

ควายทะเลนี่เกิดมาก็ว่ายน้ำได้เลยนะคะ ได้เป็นเวลาค่อนข้างนานด้วย

และตอนนี้ควายทะเลก็กลายเป็นสัตว์อนุรักษ์ไปแล้วนะคะ

 

ใครมีคำถาม ก็ถามไว้ได้เลยนะคะ จะกลับมาตอบค่ะ

 

ส่วนใครสนใจจะไปชมน้องควายทะเลเหล่านี้

 

ตอนนี้ควายทะเลยังคงมีให้ชมอยู่หลายฝูงทีเดียวค่ะ บรรยากาศบนสะพานยกระดับก็สวยมากทีเดียว โรแมนติกมากมาย

ไปชมกันได้ที่     จังหวัดพัทลุงค่ะ

 

ปล.รูปอาจจะไม่ค่อยชัดนะคะ ถ่ายจากมือถือค่ะ

 

 

แล้วเราจะกลับมาเจอกัน

posted on 22 Nov 2009 22:44 by garfieldvschamp
จะแปลกมั้ยนะที่ชั้นกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งหลังจากอะไรๆที่มันเคยมี กับกลายเป็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆจนเหมือนเรานับหนึ่งกันใหม่เวลาพัดพาความทุกข์โศกความเศร้า

แทนที่ด้วยความเหงา ว้าเหว่ วังเวง มาเป็นเพื่อนกับชั้น

 อาทิตย์นึงเราจะคุยกันเฉลี่ยประมาน 2-3 ครั้งแต่บางอาทิตย์ก้อขาดหายกันไป

จิ๊กซอว์ตัวหนึ่งของชีวิตชั้น ค่อยๆเติบโตขึ้นใหม่หลังจากที่ตัวเดิมสลายไป

 ทุกครั้งที่ชั้นได้ยินเสียงเค้า

สาบานได้เลยว่า หัวใจยังเต้นรัวเหมือนครั้งแรกที่เราคุยกันไม่มีผิด

 นี่เรากำลังรออะไรกันนะอืม มันคงเป็นเวลา ให้มันผ่านไปสักพัก แล้ววันนั้นเราจะกลับมาเจอกันความรุ้สึกเราคงมั่นคงขึ้น ส่วนจิตใจจะเปลี่ยนไปไหม ยังคงเป็นสิ่งที่ชั้นเองยังหวั่นเกรง

แค่ความรุ้สึกตลอดมา และเวลานี้

 

 ฉันยังคงรักเทอเหมือนเดิมตลอดมาและสัญญาว่าจะตลอดไป 

ความเบื่อก้อมีเหตุผล

posted on 07 Oct 2009 22:33 by garfieldvschamp

เบื่อเกิดจากอะไร???


คุนเคยมั้ย ติดเพื่อน ติดแฟน เพราะคุนต้องการความอบอุ่น

 

ในเวลาที่เราต้องไกลบ้าน ไกลคนที่รุ้จักมาอยุ่ในสังคมใหม่ๆ

คุนย่อมอยากได้ใครสักคนไว้ปรึกษา พูดคุย

 

สำหรับชั้นแล้วมันเปนอย่างนั้น

ถึงแม้บางครั้งจะมั่นในตัวเอง

แต่ เราก็ต้องการใครสักคนคอยให้คำปรึกษา เวลาท้อใจ ทุกข์ใจ เครียดจากเรื่องเรียน เรื่องงาน

 

ขอแค่เข้าใจกัน ก็พอ

 

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา...
จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว
ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ


นายแบบ....ของนู๋

posted on 06 Oct 2009 10:19 by garfieldvschamp

วันนี้ไม่รุ้จะเขียนไรดี

เลยเอารูปที่ถ่ายเก็บไว้มาให้ดูกัน

เซตแรกคือภาพถ่ายที่เอาคุนทหารนี่ล่ะมาเปนนายแบบ

 

ไปโน่นไปนี่เลยได้เก็บภาพกลับมานิดๆ

images by uppicweb.com

 

images by uppicweb.com

 

images by uppicweb.com

ไว้จะเอามาให้ดูกันใหม่นะค๊า

แนะนำครอบครัวของเรา

posted on 01 Oct 2009 00:08 by garfieldvschamp

หลังจากที่เขียน Blog ไปสองสามครั้งแล้ว

 

ครั้งนี้คงถึงเวลาแนะนำครอบครัวของเราซะที

ครอบครัวของเรามีทั้งหมด 6 คนค่ะ

แต่วันนี้นำรูปมาลงได้แค่สามคนเท่านั้น เพราะอีกสองคนขี้อาย ส่วนอีกหนึ่งคนกำลังจะไปถ่ายรูปมาลงค่ะ

  

 

  เริ่มที่คนแรกเลย หัวหน้าครอบครัวคุนแชมป์ อิอิ

images by uppicweb.com 

ตามด้วยอิฉ้านเองงงงง

images by uppicweb.com

 

อันนี้ลูกคนแรกค่า ชื่อน้องลิ้นจี่ คุนพ่อเค้าเปนคนตั้งชื่อให้เองเลย

 


ส่วนลูกอีกสามคน ชื่อ  ลำไย ปุ๊กปิ๊ก และ ดุ๊กดิ๊ก

บ้านของเรา ถึงแม้ลูกๆจะไม่ได้อยุ่ด้วยกัน แต่ก้อเจอกันอยุ่บ้าง

 

ลิ้นจี่กับปุ๊กปิ๊กอยุ่กับแม่ ส่วนลำไยกับดุ๊กดิ๊กอยุ่กันพ่อ

ถึงแม้จะอยุ่คนละที่แต่เราก้อรักกานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

สุดท้ายนี้ขอแถมรูปคู่อีกรูปค่า

 

images by uppicweb.com

วันศุกร์ที่ผ่านมาไปสอนหนังสือน้องๆ ชั้น ป 6 โรงเรียนชุมชนวัดอ้มภาศิริวงศ์

แถวๆมหาลัยนั่นล่ะ

 

ไปกัน 7 คน น้องๆทุกคนน่ารักมาก เห็นโต๊ะเรียน เก้าอี้ หนังสือแล้วก้อนึกถึงสมัยตอนเรียน ป 6

 น้องในห้องนี้มี 23 คน แต่วันนี้มากันแค่ 20 คน

สงสัย อีกสามคน รุ้ว่าเราจะไป เลยไม่สบายซะเลย ฮ่าๆ

การสอนก็เป็นไปด้วยดีค่ะ เว้นแต่ว่า จาก 7 คนนั้น ที่ยืนสอนกันจิง มีแค่สองสามคน

ซึ่งเหนื่อยมาก เด็กก็มีกวนบ้างตามประสา

 

ส่วนศิษย์คนโปรด ในการไปสอนครั้งนี้เห็นจะเป็นแฝดคู่นี้ น้องออม กับน้อง แอม ค่ะ น่ารักมากทีเดียว

 

 

 

    กิจกรรมที่เตรียมไปก็จะเป็นพวก เล่นเกมส์ ร้องเพลง แล้วก็สอนอะไรเล็กๆน้อยๆให้แก่น้องๆ

 แรกทุกคนก็ยังเขินอายกันอยุ่ หลังนี่เริ่มสนิทกันบ้าง เริ่มกล้าถาม กล้าขอ กล้าเล่น

กิจกรรมโดยรวมผ่านไปด้วยดีค่ะ แต่ปัญหาที่เราคาดไม่ถึงว่าจะเจอในครั้งนั้น คือ

 เห็บหมาในห้องเรียน T T

นึกแล้วก็คันหัวยิกๆ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุน คุนครู และนักเรียน รวมถึง ผอ. รร ชุมชนวัดอำภาศิริวงศ์ ทุกคนเลยค่ะที่ทำให้กิจกรรมครั้งแรกผ่านไปด้วยดี

 

ส่วนกิจกรรมครั้งต่อไป จะมาเล่าในตอนต่อไปค่ะ.....

 

  

ช้างน้อย VS ลูกช้าง ???

posted on 17 Sep 2009 18:42 by garfieldvschamp

คุนว่า ช้างน้อย กับ ลูกช้างเหมือนกันมั้ย ???

ถ้าไม่ ลองอ่านเรื่องนี้ก่อน แล้วคุนจะเปลี่ยนใจ >>>>

 

                   เรื่องมันมีอยู่ว่า  พวกเราชาวเอกอิ้ง จะต้องทำการบวงสรวงป้ายคณะ    ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันที่พวกเราทั้งหลาย "นอนจนขนขึ้นตัว" อยู่แล้ว

             เป็นเหตุทำให้ชาวเอกอิ้งมาทำพิธีบวงสรวงในเช้าวันนั้นกันน้อยมาก (ที่จริงมันก็ไม่ได้เช้านะเกือบเที่ยง) ทำให้ตอนทำพิธี รุ่นพี่(พี่นัน)ที่ อ่านคาถาบูชายป้ายไม่ได้อ่านเสียงดังมากและคาถาบวงสรวงก็เป็นภาษา ขอม หรือ ภาษาเขมร จึงทำให้มีสระ อึ เยอะมาก

จึงทำให้หลายคน กำลังแอบยิ้มในใจ หรือ หลายๆคนได้ยินไม่ชัดเจน

ถึงช่วงที่ต้องพูดชื่อตัวเอง  พี่นันก็พูดว่า

"ลูกช้าง.....(กระซิบบอกน้องๆว่าให้พูดชื่อตัวเอง)...พูดชื่อๆๆๆ "

พวกแถวหน้าและคนที่ได้ยินชัดเจนต่างก็พูดชื่อตัวเอง แต่ แต่ แต่ ยังมีบาง คน และบางคน หนึ่งคน ที่ได้ยินไม่ชัดเจน เพิ่งจะสำนึกได้ตอนที่คนอื่นๆ พูดชื่อตนเองกัน ก็เลยพูดตาม

    จนทำพิธีเสร็จ ก็ได้รับ "ไข่" ทั่วกัน ไข่บวง สรวงค่ะคุนขา กินกันท้องกางถ้วนหน้า  พิธีเสร็จเกือบเที่ยง ก็เป็นอันแยก ย้าย อิชั้นกับเพื่อนสองนาง ก็นั่ง BTS ไปลงนุสาวรีย์ เพราะว่า อิอิ คุนแฟน ของอิชั้นรอออยุ่ หลังจากขอเจรยาสงบศึกตกลงกันได้แล้วว่าจะฉันเพลที่ ไหน เราทั้งสาม (เพื่อนหนึ่งนางขอกลับบ้านไปก่อน) ก็เป็นอันย้ายก้นไป นั่งที่ ร้านเตี๊ยวเรือ ในละแวกนั้น (ขอใบ้ว่า มีเด็กเซิร์ฟมาจากต่างประเทศ เยอะๆ) ถึงเวลากินสักที กินไปได้สักพัก ก็เริ่มคุยกันได้สักที ท้องเริ่มทำงาน ปากก็พล่ามไปเรื่อย

จนถึงเรื่องคาถาบวงสรวง เพื่อนนางนั้นก็พูดขึ้นมา

ว่า

คุนเพื่อน : "เออ ตอนนั้นกุไม่ค่อยได้ยินเลย ว่าพี่เค้าพูดว่าอะไรบ้าง กุรู้อีกทีตอนคนอื่นเค้าพูดชื่อกัน กุเลยพูดตาม เออเค้าพูดว่าอะไรนะ

ช้างน้อย ........!!! !!!!"(เอ่อ คือ เค้าพูดกันว่า ลูกช้างเจ้าค่ะ)

อิชั้น : ห๊า ....!!!! อะไรนะ 5555555555555++

      เมิงง ลูกช้างไม่ใช่ช้างน้อย

 

หลังจากนั้นเป็นฉากของความฮา 555555555555555555++++

ปล.ตอนนั้นแฟนอิชั้นนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ อายมั้ยล่ะเมิงงงงง

อิช้างน้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

พ่อเจ้าประคุณรุนช่องของอิชั้นเองเจ้าค่า >>>>

ทำไมต้องทหาร

posted on 16 Sep 2009 16:41 by garfieldvschamp

 "เป็นคนชอบทหารมานานมากแล้ว "

  

แต่ก้อหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้สักที

ก็เครื่องแบบช่างเท่แสนเท่ จะว่าไป ก้อบ้าสีเขียวขี้ม้านั่นล่ะ

แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยอะไรมาก แค่กรี๊ดไปตามประสาเด็ก

แต่ที่ไหนได้ พอมาเจอคุนทหารคนนี้ แล้วไหงตกหลุมรักซะขนาดนี้ได้ ต้องตามอ่านกันตอนต่อไปนะก๊า >>>>>>>>>

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 15 Sep 2009 16:06 by garfieldvschamp

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก

Garfield&TheChamp View my profile

Garfield&TheChamp View my profile

Recommend